วิธีเลือกใช้น้ำมันในการปรุงอาหาร

แนะนำน้ำมัน 5ชนิดสำหรับปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ รู้กันดีอยู่แล้วว่าในอาหารแต่ล่ะมื้อของเราอาจจะมีส่วนประกอบของน้ำมันอยู่ และเราใช้ปรุงอาหารเป็นประจำทุกๆวัน น้ำมันที่เราใช่อยู่อาจเป็นน้ำมันที่มีไขมันไม่ดีอยู่ หากสะสมในร่างกายในปริมาณมาก อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวและก็อาจทำให้เกิดแคลอรีได้เช่นกัน และทำให้มวลของน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนรูปร่างที่เคยสวยกระชับสัดส่วนของคุณก็ต้องพังก็เป็นได้

ทำความรู้จักชนิดของน้ำมัน

แนะนำน้ำมัน 5ชนิดสำหรับปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ น้ำมันประกอบอาหารแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก: ได้แก่น้ำมันพืชและน้ำมันที่มาจากไขมันสัตว์ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดคิดว่า น้ำมันพืชต่างจากน้ำมันหมูหรือน้ำมันสัตว์ ตรงที่ให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันสัตว์ ซึ่เป็นความเข้าใจผิด ความจริงแล้วไม่ว่าน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ก็จะให้พลังงานต่อหน่วยน้ำหนักเท่ากัน คือ 1 กรัม จะให้พลังงานเท่ากับ 9 kcal ดังนั้นความเชื่อที่ว่ากินน้ำมันพืชแล้วไม่อ้วน จึงไม่เป็นความจริง เพราะไม่ว่าน้ำมันอะไร หากกินมากเกินก็ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน แจกสูตรน้ำผัก-ผลไม้ปั่น เพื่อสุขภาพ ที่สามารถดื่มได้ทุกวันเลยค่ะ

แนะนำน้ำมัน 5ชนิดสำหรับปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ

*5 น้ำมันปรุงอาหารเพื่อสุขภาพ*

น้ำมันเพื่อสุขภาพส่วนใหญ่สกัดและกลั่นจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ จนออกมาเป็นน้ำมันที่มีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป น้ำมันนั้นดีต่อสุขภาพโดยเฉพาะในด้านการควบคุมหรือลดน้ำหนัก มีดังต่อไปนี้

1.น้ำมันมะกอก

นรักสุขภาพจัดๆมักเลือกรับประทานน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ (Extra Virgin Olive Oil) เพราะช่วยควบคุมคอเลสเตอรอล, ช่วยการเผาผลาญอาหารดีขึ้น, ดีต่อระบบการหมุนเวียนโลหิต และระบบย่อยอาหาร

2.น้ำมันคาโนลา

น้ำมันคาโนลามีไขมันอิ่มตัวเพียงแค่ 7% และมีไขมันไม่อิ่มตัวสูง โดยช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีได้ถึง 17% เมื่อเทียบกับอาหารที่ใช้น้ำมันไม่ดีชนิดอื่น ๆ และเหมาะกับการนำมาใช้ปรุงอาหารต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นวิธีการทำอาหารประเภททอด คั่ว หรืออบ แต่อาจไม่เหมาะกับนำมาใช้กับอาหารอย่างสลัด พาสต้า เหมือนน้ำมันมะกอก

ทำความรู้จักชนิดของน้ำมัน

3.น้ำมันอะโวคาโด

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสารโมเลกุลเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2562 ระบุว่า น้ำมันอะโวคาโดมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้ทุกประเภท เช่น ต้ม ผัด แกง ทอด อบ เรียกว่า แค่คุณมีน้ำมันปรุงอาหารเพื่อสุขภาพอย่างน้ำมันอะโวคาโดติดครัวแค่ขวดเดียว ก็คุ้มค่าและดีต่อสุขภาพสุดๆ

4.น้ำมันงา

น้ำมันงาเป็นน้ำมันปรุงอาหารที่ทำจากเมล็ดงาซึ่งเป็นที่นิยมในการปรุงอาหารของชาวเอเชีย มันจะมีน้ำมันงา 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือน้ำมันงาดิบ น้ำมันสกัดเย็น และน้ำมันงาคั่ว ที่มักจะใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในอาหารจีน ญี่ปุ่น อินเดียใต้ และตะวันออกกลาง โดยทั่วไปแล้วน้ำมันงาดิบจะใช้เป็นน้ำมันปรุงอาหารที่เป็นกลาง ในขณะที่น้ำมันงาคั่วใช้เป็นเครื่องปรุงในซอสซุปและอาหารอื่น ๆ น้ำมันงาคั่วเรียกอีกอย่างว่าน้ำมันงาดำหรือน้ำมันงาเอเชีย เพราะมันมีน้ำมันสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแดงเข้มที่ทำจากงาคั่ว ทั้งยังมีกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้น น้ำมันงามักใช้เป็นน้ำมันตกแต่งเพื่อเพิ่มรสชาติที่น่าสนใจให้กับอาหารจานร้อนหรือเย็น โดยทั่วไปแล้วน้ำมันงาที่คั่วจะมีสีเข้มกว่าน้ำมันงาขาวหรือน้ำมันงาดิบที่มีสีอ่อน

5.น้ำมันวอลนัต

น้ำมันวอลนัตเป็นน้ำมันที่กินได้แต่มักจะไม่ค่อยใช้ในการทำอาหารเช่นน้ำมันพืชชนิดอื่นเพราะมีราคาสูง น้ำมันมีสีจางและรสนุ่มนวลและมีกลิ่นหอมของถั่ว บางครั้งก็จะใช้ทอด แต่มักจะไม่ใช้ในการทำอาหารที่ใช้อุณหภูมิสูง เพราะความร้อนจะทำลายรสและคุณค่าทางอาหารของน้ำมัน และทำให้รสออกขม ฉะนั้นการใช้จึงมักจะใช้กับอาหารที่เย็นเช่น ในการเป็นส่วนผสมสำหรับทำน้ำมันสลัดที่ทำให้ได้รสที่ต้องการ นอกจากนั้นคุณค่าในการต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ในน้ำมันวอลนัตก็ยังอาจถูกกำจัดไปในระหว่างการปรุงอาหาร น้ำมันวอลนัตมี กรดไขมันโอเมกา-3 ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

สรุปส่งท้ายน้ำมันเพื่อสุขภาพ

ก่อนใช้น้ำมันแต่ละชนิดในการปรุงอาหาร คุณควรตรวจสุขภาพก่อนว่าแพ้สารใดๆ หรือไม่ โดยจำกัดปริมาณเพิ่มขึ้นทีละน้อย เนื่องจากบางคนอาจเกิดอาการแพ้ได้ เช่น แพ้ถั่วหรือแพ้งา ควรไปพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันการแพ้อาหารรุนแรงที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจของคุณได้ หวังว่าข้อมูลนี้จะมีประโยชน์กับคุณ

By olivia